วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กรอบหลักสูตรชีววิทยา (Biology Cirricerrum Framework)
ความสำคัญของชีววิทยา
ชีววิทยาเป็นวิทยาศาสตร์ที่อธิบายเกี่ยวกับกระบวนการและความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตชีววิทยาจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์ทุกคน การเรียนรู้และเข้าใจชีววิทยาทำให้สามารถดูแลตนเองสิ่งแวดล้อมตลอดจนสังคมและรู้เท่าทันเทคโนโลยีได้ เนื่องจากชีววิทยาเป็นวิทยาศาสตร์แขนงหนึ่งการเรียนชีววิทยาจึงทำให้มนุษย์ได้พัฒนากระบวนการคิดรู้จักนำความรู้ไปใช้แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบอยู่บนพื้นฐานของคุณธรรมแลจริยธรรม
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ชีววิทยา
สาระที่ 1 ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์
มาตรฐาน 1.1 ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการลงมือปฏิบัติค้นคว้าหาความรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลายมาตรฐาน 1.2 เข้าใจการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิตและสภาพแวดล้อม
มาตรฐาน 1.3 รู้จักตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและหลักฐานเชิงประจักษ์
มาตรฐาน 1.4 ใช้องค์ความรู้ที่มีในการพัฒนาชุมชนหรือสังคม
มาตรฐาน 1.5ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์อยู่บนพื้นฐานของคุณธรรม จริยธรรมและ จิตวิทยาศาสตร์
สาระที่ 2 กระบวนการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต
มาตรฐาน 2.1 อธิบายเกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของเซลล์ สืบค้น ทำการทดลอง อภิปรายเกี่ยวกับหน้าที่ของระบบต่างๆภายในร่างกายโดยผ่านการลงมือปฏิบัติอย่างมีจิตวิทยาศาสตร์ นำความรู้ที่ได้ไปดู แลตนเองและสังคม
มาตรฐาน 2.2 สืบค้น อภิปรายข้อมูลเกี่ยวกับวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม เทคโนโลยีทางพันธุศาสตร์ การตัดต่อพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ เทคโนโลยีชีวภาพ ใช้เทคโนโลยีบนฐานของคุณธรรม จริยธรรมนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและ สังคม
สาระที่ 3 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน 3.1 เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อมร่วมมือกับโรงเรียน ชุมชน และสังคมในการดูแลสิ่งแวดล้อมนำข้อมูลที่ถูกต้องไปเผยแพร่ให้สังคมรับรู้
มาตรฐาน 3.2 ตระหนักในความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ ศึกษาแนวโน้มการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในอนาคตทั้งระดับชุมชม และสังคมสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
กระบวนการเรียนรู้
ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการปฏิบัติ (Hand on - Mind on) เน้นการปลูกฝังธรรมชาติวิทยาศาสตร์(Nature of science) และด้านจิตวิทยาศาสตร์(Habits of Mind) บูรณาการกับสังคมและวัฒนธรรมไทย สอดแทรกเทคโนโลยีมีจิตอาสานำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาสังคม
การวัดและประเมินผล
ประเมินตามสภาพจริงโดยเน้น KAP ความรู้ จิตวิทยาศาตร์ และทักษะกระบวนการ โดยใน 100%แบ่งเป็น ความรู้ 35% จิตวิทยาศาสตร์ 30% ทักษะกระบวนการ 35%

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สรุปการจัดกรอบหลักสูตรวิทยาศาสตร์ แคลิฟอเนียร์




California science curriculum frame workประกอบด้วย
- แนะนำกรอบการศึกษาวิทยาศาสตร์
- ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- มาตรฐานทางด้านเนื้อหาวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ระดับอนุบาล - เกรด 12
- การวัดและประเมินผล- วิทยาศาสตร์สู่ความเป็นสากล
- การพัฒนาครูวิทยาศาสตร์ด้านต่างๆ
- เอกสารนี้เป็นประโยชน์ทั้งครูและผู้ปกครอง
- ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อธิบายเกี่ยวกับกระบวนการ
วิทยาศาสตร์ จริยธรรมทางวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กับสังคม
วิทยาศาตร์และเทคโนโลยี แหล่งการเรียนรู้สำหรับครู
- มาตรฐานด้านเนื้อหานั้นแยกเป็น 3 ช่วงชั้นดังนี้
1 อนุบาล - ประถมศึกษาปีที่ 5(อนุบาล - เกรด 5)
- เน้นการบูรณาการของสาระต่างๆ โดยแบ่งเป็นวิทยาศสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ วิทยาศาสตร์ของโลก
เน้นการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์แบบง่ายๆ เช่น การสังเกต การจำแนก การเปรียบเทียบ
2 ประถมศึกษาปีที่ 6 - มัธยมศึกษาปีที่ 3 (เกรด 6 - เกรด 9)
- เกรด 6 เน้นวิทยาศาสตร์ของโลก (ธรณีวิทยา)
- เกรด 7 เน้นวิทยาศาสตร์ชีวภาพ
- เกรด 8 เน้นวิทยาศาสตร์ทางกายภาพ
3 มัธยมศึกษาปีที่ 4 - มัธยมศึกษาปีที่ 6 (เกรด10 - เกรด12)
- ในช่วงชั้นนี้ไม่ได้แบ่งว่าแต่ละเกรดเรียนอะไร แต่กำนดกรอบเนื้อหาในรายวิชา ชีววิทยา ฟิสิกส์ เคมี
ธรณีวิทยา สำหรับใช้ในการจัดการเรียนรู้
** ทุกช่วงชั้นเน้นการเรียนการสอนแบบทดลอง สืบเสาะ สืบสวนสอบสวน โดยกำหนดไว้เป็นกรอบชัดเจน
** แม้ว่าในช่วงชั้นเด็กโตจะเน้นเนื้อหาที่เข้มข้นมากขึ้นแต่ ยังมีการกล่าวถึงความสำคัญของการเรียนในช่วงชั้นก่อน หน้านี้ โดยการเรียนในช่วงชั้นแรกๆจะเป็นฐานที่สำคัญในการเรียนระดับสูงต่อไป

การวัดประเมินผล
เน้นการประเมินตามสภาพจริง ประเมินความก้าวหน้ามีการสอบเมื่อจบแต่ละเกรด ข้อสอบต้องครอบคลุมทุกมาตรฐาน(วิทย์ชีว วิทย์กาย วิทยาศาสตร์ของโลก)และประเมินการทดลอง การสืบสวนหาาความรู้

- มีเนื้อหาสำหรับการพัฒนาครูด้วย แนะนำครูในการปฏิบัติการสอน
- เน้นการเรียนเนื้อหาที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่(เน้นเรื่องวิทยาศาสตร์ของโลก) วิทยาศาสตร์ที่ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
- มีการให้ความสำคัญกับจริยธรรมทางวิทยาศาสตร์ เช่น การซื่อสัตย์ การบันทึกผลการทดลองตามความเป็นจริง

สรุป เน้นการเรียนโดยการปฏิบัติ นำไปใช้กับชุมชนได้ เน้นการสร้างฐานที่แกร่งสำหรับการต่อยอดในชั้นสูง มีการประเมินผลที่ชัดเจน
อ่านฉบับเต็มที่http://www.cde.ca.gov/ci/cr/cf/documents/scienceframework.pdf

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ทัศนคติเกี่ยวกับการประเมินมาตรฐานของครูวิทยาศาสตร์

มาตรฐานของครูวิทยาศาสตร์ ในความคิดเห็นของผมนั้นคิดว่าเป็นประโยชน์ที่จะกระตุ้นให้ครูวิทยาศาตสร์มีความตื่นตัวที่จะพัฒนาตนเองให้ได้ตามมาตรฐานหรือเหนือกว่ามาตรฐาน ซึ่งครูทุกท่านก็อยากที่จะพัฒนาตนเองอยู่แล้วเพียงแต่ว่าโดยภาระงานหลักที่มีอยู่อาจจะมากจนทำให้ไม่มีหลักฐานหรือร่องรอยเก็บไว้ให้ผู้ประเมินได้ตรวจสอบ ผู้ประเมินควรจะเข้าใจในจุดนี้ด้วย นอกจากหลักฐานในส่วนที่เป็นเอกสารแล้วในการประเมินมาตรผู้ประเมินควรสังเกตจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูท่านนั้นจริงๆ
สิ่งที่ควรระวังคือครูควรจัดสรรเวลาของตนเองให้ดีเพราะเมื่อมีการประเมินเกิดขึ้ครูมักนำเวลาสอนไปเตรียมเอกสารต่างๆ อย่างนี้ครูอาจมีมาตรฐานแต่เด็กเสียประโยชน์
ดังนั้นทั้งผู้ประเมินและครูผู้ถูกประเมินควรจะมีความเข้าใจซึ่งกันและกันเพื่อประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับเด็กไทยของเราทุกคน
ศึกษามาตรฐานครูวิทยาศาสตร์ไ้ด้ที่ http://www.ipst.ac.th/eval_standard/TSci.pdf